amari hotels and resorts
For travellers to Thailand.
อังกฤษญี่ปุ่นเยอรมัน
หน้าหลัก ข้อมูลน่าสนใจ สำรองห้องพัก สำหรับสมาชิก ค้นหา
ข้อมูลท่องเที่ยวเมืองไทย วางแผนการเดินทาง อากาศ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา E-Cards เวลาในประเทศไทย แบบสอบถาม

ข้อมูลการท่องเที่ยวเมืองไทย
สโมสรและสมาคม
การปรุงอาหารไทย
การเทียบเงินต่างสกุล
คู่มือแนะนำการท่องเที่ยว
การศึกษา
สถานฑูต
การรับสมัครงาน
สภาพสิ่งแวดล้อม
ข้อมูลการเดินทาง
คู่มือนักท่องเที่ยว
สุขภาพ
ข้อมูลการลงทุน
ศูนย์ประชุมและศูนย์แสดงสินค้า
หนังสือพิมพ์และนิตยสาร
ข้อมูลการซื้อสินค้า
การกีฬา
ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย
ข้อมูลประเทศไทย
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
การเชื่อมโยงเว็บไซด์เพื่อข้อมูลการท่องเที่ยว
Amari hotels in Thailand


Article recently published on Angkhang

คู่มือแนะนำการเดินทาง - ดอยอ่างขาง

การเดินทางสู่ดอยอ่างขาง

เดินทางโดยรถยนต์จากเมืองเชียงใหม่ประมาณ 3 ชั่วโมง ระหว่างการเดินทางชมทิวทัศน์ ภูมิประเทศอันสวยงามแห่งหนึ่งของประเทศไทย ดอยอ่างขางเป็นสถานที่สงบ บนยอดดอยจะมีอากาศหนาว บริเวณรอบดอยอ่างขางจะมีภูมิประเทศที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ มีสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ต้องการความเป็นธรรมชาติ และศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขา ซึ่งยังคงรักษาเอกลักษณ์ความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม

รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง


สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย


รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขางมีห้องพักแบบซูพีเรีย 72 ห้องพัก และห้องชุด 2 ห้อง แต่ละห้องตกแต่งด้วยไม้สัก ผ้าไหมไทย มีระเบียงส่วนตัวเพื่อได้สัมผัสธรรมชาติรอบ ๆ รีสอร์ทอย่างเป็นส่วนตัว รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง ได้รับรางวัลรีสอร์ทเชิงอนุรักษ์ดีเด่นจากนิตยสาร Travel Asia ปี 2543
สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องพักประกอบด้วย มินิบาร์ โทรทัศน์ และ โทรศัพท์ มีบริการซักรีด

ห้องอาหารคามิลเลียให้บริการอาหารไทย อาหารพื้นเมืองภาคเหนือ อาหารนานาชาติ ซึ่งจะใช้ผลิตผล ผักสด ผลไม้ เครื่องเทศจากโครงการหลวง ล้อบบี้บาร์ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม และในฤดูหนาว แขกทุกท่านสามารถมานั่งพิงไฟบริเวณล้อบบี้เพื่อความอบอุ่น

สถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีห้องประชุม ซึ่งสามารถให้บริการได้ถึง 115 ท่าน สำหรับการประชุม สัมมนา การจัดงานเลี้ยงสังสรรค์พนักงานและงานเลี้ยงต่าง ๆ

การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ

การสร้างรีสอร์ทธรรมชาติอ่างขางมีจุดประสงค์ที่จะพยายามให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศวิทยาให้น้อยที่สุด ตลอดจนจะมีการควบคุมมลพิษต่าง ๆ จะมีการแยกขยะเปียกและขยะแห้งนำมาทำลายขยะต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ถ้าเป็นขยะเปียกจะนำไปทำปุ๋ยสำหรับใช้ในโครงการเกษตรหลวง ส่วนขยะแห้งจะนำมาขายให้กับผู้รับซื้อในพื้นที่หรือนำมารีไซเคิล ระบบบำบัดน้ำเสียภายในรีสอร์ท โดยการต่อท่อส่งผ่านไปที่บ่อพักเพื่อบำบัดน้ำและนำกลับมาใช้ในบริเวณพื้นที่ของโครงการหลวง

รีสอร์ทได้จัดทำโครงการประหยัดไฟฟ้าภายในรีสอร์ท โดยในพื้นที่ที่ไม่มีการใช้งานจะปิดไฟเพื่อประหยัดไฟฟ้า ถ้าในบางพื้นที่มีการใช้งานแต่ไม่สำคัญจะเปิดไฟฟ้าให้เพียงพอกับการใช้งาน ภายในห้องพักเครื่องทำน้ำอุ่นจะมีระบบตัดไฟอัตโนมัติ ส่วนภายในห้องพักจะไม่มีเครื่องปรับอากาศเพราะสภาพอากาศบนดอยอ่างขางมีอากาศเย็นสบาย

โครงการการรับพนักงานจากชาวไทยภูเขาในพื้นที่

พนักงานภายในรีสอร์ทประมาณ 50% เป็นชาวไทยภูเขาจากเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่รอบ ๆ ดอยอ่างขาง โดยโครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อต้องการสร้างงาน และโอกาสให้กับเด็กชายไทยภูเขาในพื้นที่ให้มีโอกาสในการเรียนรู้งานด้านการบริการ

กิจกรรมการท่องเที่ยวบนดอยอ่างขาง

การเยี่ยมชมสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง

สถานีเกษตรหลวงอ่างขางตั้งอยู่ในพื้นที่ดอยอ่างขาง เพื่อการวิจัยพันธุ์พืชผัก ผลไม้เมืองหนาวสำหรับชุมชนชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่บนดอยอ่างขางได้นำไปพัฒนาการเพาะปลูก และภายในสถานีเกษตรหลวงอ่างขางมีสวนดอกไม้ สวนบอนไซ และโครงการหลวงได้นำผักผลไม้สดที่เป็นผลผลิตของโครงการ นำมาให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อเป็นของฝาก

การขี่ล่อ

การขี่ล่อจะเริ่มต้นเส้นทางที่หมู่บ้านคุ้ม ซึ่งห่างจากรีสอร์ทประมาณ 5 นาที ล่อที่นำมาให้นักท่องเที่ยวขี่จะเป็นล่อที่ชาวเขาใช้บรรทุกผลิตผลทางการเกษตร ส่งระหว่างหมู่บ้าน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงในการขี่ล่อ โดยจะนำนักท่องเที่ยวเดินทางมุ่งสู่ป่าเขาและจุดชมวิวต่าง ๆ ซึ่งจะมองเห็นทัศนียภาพของประเทศพม่า และเดินทางกลับโดยผ่านสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ชมความงดงามของสวนดอกไม้ และธรรมชาติภายในสถานี
การเดินป่า

นักท่องเที่ยวที่รักการเดินป่าและการผจญภัย จะสามารถเดินป่าได้หลายเส้นทางบนดอยอ่างขาง โดยเฉพาะจุดชมวิวต่าง ๆ ซึ่งมีความสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,900 เมตร สามารถมองเป็นความงดงามและความเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริงบนดอยอ่างขาง และนักท่องเที่ยวยังสามารถพบเห็นต้นกุหลาบพันปี (The Rhododendron) ที่หาดูได้ยากโดยจะพบได้บนดอยอ่างขางนี้

ซึ่งปกติต้นกุหลาบพันปีจะเจริญเติบโตในพื้นที่ดอยสูงและมีอากาศหนาวเย็น จะมีทั้งดอกสีแดงและสีขาวแต่ที่พบบนดอยอ่างขางส่วนใหญ่จะเป็นดอกสีแดง

การเดินป่าสามารถใช้เวลาในการเดินตั้งแต่ครึ่งวันจนถึงเต็มวัน ถ้านักท่องเที่ยวเดินป่าเต็มวันควรเตรียมเสบียงอาหารและสิ่งจำเป็นในการเดินทางไปด้วย โดยจะมีผู้นำทางในการเดินป่าและใช้ล่อเพื่อบรรทุกสัมภาระต่าง ๆ
การขี่จักรยานภูเขา

เส้นทางการขี่จักรยานเพื่อพักผ่อนหย่อนใจมีให้เลือกหลายเส้นทาง นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทางการขี่จักรยานได้จากรีสอร์ท โดยเส้นทางที่นิยมจะเป็นเส้นทางจากรีสอร์ทไปนอแล ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ลำบาก และจากบ้านหลวงไปผาแดง เป็นเส้นทางสมบุกสมบันขึ้นเล็กน้อย

การดูนก

ในพื้นที่ดอยอ่างขางมีนกนานาชนิดอาศัยอยู่มากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งเป็นพันธุ์ที่หาดูได้ยากและกำลังจะสูญพันธุ์ จุดที่นิยมไปดูนกคือบริเวณสถานีป่าไม้แม่เผอะ และเส้นทางสู่รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขาง ซึ่งภายในรีสอร์ทก็จะมีนกนานาพันธุ์อาศัยอยู่มากมาย

A bird watcher's diary


การแสดงศิลปะพื้นบ้านของชาวเขาเผ่าต่างๆ

การท่องเที่ยวเพื่อชมความงามของธรรมชาติ มีจุดชมวิวมากมายหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้ไปชื่นชมความงาม จุดที่นิยมไป คือ บริเวณกิ่วลม ซึ่งอยู่ระหว่างรีสอร์ทและหมู่บ้านขอบด้ง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ ซึ่งในช่วงเช้าจะมีทะเลหมอกท่ามกลางพระอาทิตย์ขึ้น และในยามเย็นจะเป็นบรรยากาศพระอาทิตย์ตก

บนดอยอ่างขางยังมีน้ำตกและถ้ำต่างๆ มากมาย โดยกรมป่าไม้และที่ทำการอำเภอฝางกำลังทำการสำรวจ เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคตต่อไป

ศิลปวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ

บนดอยอ่างขางมีชาวไทยภูเขา 4 เผ่าที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ดอยอ่างขาง เผ่ามูเซอ, เผ่าปะหร่อง ชาวไทยใหญ่ และจีนฮ่อ

เผ่ามูเซอ

ชาวเขาเผ่ามูเซอเดิมมีถิ่นฐานอยู่ทิเบตโดยอยู่รวมกันกับเผ่าอีก้อและเผ่าลีซอ ต่อมาชาวเขาเผ่ามูเซอได้อพยพมาอยู่ในพื้นที่ของประเทศจีน พม่า ลาวและไทย โดยที่อยู่ในประเทศไทยจะพบอยู่บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร และนครสวรรค์ เผ่ามูเซอมีหลายเผ่าที่อาศัยอยู่รวมกันเช่น เผ่ามูเซอแดง มูเซอเหลือง เผ่ามูเซอดำ เผ่ามูเซอลี

ชุมชนชาวเขาเผ่ามูเซอโดยปกติจะตั้งอยู่บนยอดดอยที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร ดำรงชีพด้วยการเพาะปลูกข้าว ข้าวโพดและการปลูกฝิ่น ชาวเขาเผ่ามูเซอแดงมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องภูติผี จิตวิญญาณ ส่วนชาวเขาเผ่ามูเซอเหลืองจะเป็นคริสเตียน การเฉลิมฉลองงานปีใหม่จะจัดในช่วงเดือนมกราคมและมีนาคมของทุกปี สำหรับชีวิตการแต่งงานของเผ่ามูเซอ หลังจากการแต่งงานส่วนใหญ่ฝ่ายชายจะย้ายไปอยู่กับฝ่ายหญิง ซึ่งจะเป็นการแสดงถึงความกตัญญูและความเคารพที่มีต่อพ่อแม่ฝ่ายหญิง ในปี พ.ศ.2538 ได้มีการสำรวจจำนวนประชากรเผ่ามูเซอที่อยู่ในประเทศไทย มีจำนวนประมาณ 82,000 คน

ชาวเขาเผ่ามูเซออาศัยอยู่ในหมู่บ้านขอบด้ง ซึ่งมีทั้งเผ่ามูเซอดำและเผ่ามูเซอแดงอาศัยอยู่รวมกัน ซึ่งแต่ละเผ่าก็มีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตัวเองและมีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ในปัจจุบันชาวเขาเผ่ามูเซอได้รับการส่งเสริมจากโครงการหลวง ในด้านการเกษตรกรรมและงานด้านหัตถกรรม อาทิ การประดิษฐ์กำไลข้อมือจากต้นหญ้า หมู่บ้านขอบด้งเป็นจุดที่สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์เบื้องล่าง ถ้าเดินตามแนวเขานักท่องเที่ยวก็จะสามารถชมความงามยามพระอาทิตย์ขึ้น และยังเป็นจุดชมทะเลหมอกบนยอดดอยด้วย

เผ่าปะหร่อง

เดิมชาวเขาเผ่าปะหร่องมีถิ่นที่อยู่อาศัยอยู่รัฐฉาน ในประเทศพม่ามีประชากรประมาณ 2,000 คน และได้อพยพมาประเทศไทยในปี พ.ศ. 2527 ชาวเขาเผ่าปะหร่องมีภาษาและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง เหมือนกับชาวเขาเผ่ามูเซอ โดยเฉพาะการยึดถือประเพณีวัฒนธรรมแบบดั้งเดิม ชาวเขาเผ่าปะหร่องดำรงชีพด้วยการทำการเกษตร ปลูกพืชไร่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากโครงการเกษตรหลวงอ่างขาง

ในปี พ.ศ. 2538 มีประชากรประมาณ 1,937 คน ซึ่งอาศัยอยู่ใน 4 หมู่บ้าน ในอำเภอฝาง และส่วนหนึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านนอแลซึ่งห่างจากหมู่บ้านขอบด้งประมาณ 4 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนไทยและพม่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมาเที่ยวหมู่บ้านนอแลเพื่อมาดูจุดชมวิวบนยอดดอย

ชาวไทยใหญ่

ชาวไทยใหญ่จะอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน พม่า ลาวและประเทศไทย โดยปกติชาวไทยใหญ่จะเรียกตัวเองว่า “ไต” เดิมจะอาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน แต่บางคนเล่าขานกันว่าชาวไทยใหญ่อพยพมาจากถิ่นอื่นก่อนมาอยู่ที่นี่ ปัจจุบันชาวไทยใหญ่ยังคงรักษาประเพณีวัฒนธรรมและการแต่งกายแบบดั้งเดิมไว้ ได้มีการสำรวจจำนวนประชากร ซึ่งมีอยู่ 13,810 คน ใน 57 หมู่บ้าน 13 อำเภอ กระจายอยู่ทั่วไปใน 4 จังหวัดภาคเหนือ

ชาวจีนฮ่อ

ถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวจีนฮ่ออยู่ในประเทศจีน ระหว่างการปฏิวัติวัฒนธรรมของประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ได้อพยพมาอยู่ชายแดนไทย-พม่าในจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ เพื่อหลีกหนีจากการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ของประเทศจีน โดยได้ใช้ประเทศไทยเป็นเกาะกำบังการรุกรานจากรัฐบาลจีน ซึ่งในขณะนั้นได้มีการขยายลัทธิคอมมิวนิสต์มาทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ รัฐบาลไทยได้อนุญาติให้ชาวจีนฮ่อที่หลี้ภัยทางการ อยู่อาศัยในพื้นที่ที่จัดสำหรับชุมชนชาวจีนฮ่อโดยเฉพาะ

ในการสำรวจประชากรชาวจีนฮ่อในปี พ.ศ. 2538 มีจำนวน 20,000 คน กระจายกันอยู่ใน 65 หมู่บ้าน 17 อำเภอ ใน 5 จังหวัดทางภาคเหนือของประเทศไทย

นักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมเยือนชาวไทยภูเขาเผ่าต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะได้ศึกษาชีวิตความเป็นอยู่ที่แตกต่างของแต่ละเผ่า

การพัฒนาร่วมกับชาวชุมชนชาวเขา

โครงการเกษตรหลวงอ่างขางกับการพัฒนาชุมชนชาวเขา

ดั้งเดิมชาวเขาดำรงชีพด้วยการปลูกฝิ่น โครงการเกษตรหลวงอ่างขางได้เข้ามาพัฒนาพืชผัก ผลไม้ที่เป็นที่ต้องการของตลาด และนำมาให้ชาวไทยภูเขาได้เพาะปลูกบนดอยอ่างขาง เพื่อเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการเพาะปลูก และเทคโนโลยีทางการเกษตรแบบใหม่ให้กับชาวไทยภูเขา ซึ่งจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น

การพัฒนาการทางการเกษตรสำหรับชุมชนชาวไทยภูเขา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับชาวไทยภูเขาให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งผลจากการพัฒนาทางการเกษตรจะช่วยให้ประสบผลสำเร็จในด้านเศรษฐกิจ และช่วยลดการทำลายธรรมชาติ ซึ่งได้มีการนำพืชผักผลไม้ชนิดใหม่เข้ามาปลูก เช่น สเตอเบอรี่ ลูกพลับ ลูกพลัม ลูกพีช ผลกีวี และดอกไม้ชนิดต่าง ๆ

การพัฒนาด้านการศึกษาแก่ชาวไทยภูเขา

รีสอร์ทธรรมชาติอ่างขางได้จัดสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กที่หมู่บ้านขอบด้ง สำหรับให้การศึกษาแก่เด็กชาวไทยภูเขาบริเวณรอบดอยอ่างขาง

โครงการเหรียญบาทเพื่อชีวิต “Baht for a Better Life” เป็นโครงการที่ริเริ่มโดยเครือโรงแรมอมารี ในปี พ.ศ. 2538 โดยแขกผู้เข้าพักโรงแรม และพนักงานของเครือโรงแรมอมารีได้บริจาคเงิน ซึ่งเครือโรงแรมอมารีจะนำเงินที่ได้รับการบริจาคเหล่านี้ มาช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาในประเทศไทย และเงินบริจาคนี้ก็ได้นำมาก่อสร้างศูนย์เด็กเล็กพระราชทานบ้านนอแล ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านนอแล

การศึกษาจะเป็นการให้ความรู้ ความตื่นตัวในการที่จะทำให้ชาวไทยภูเขารู้จักการอนุรักษ์ การดูแล และห่วงแหนกับสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัว

โครงการมัคคุเทศก์น้อย

รีสอร์ทธรรมชาติได้เล็งเห็นความสามารถของเด็กชาวไทยภูเขา จึงได้จัดทำโครงการ “มัคคุเทศก์น้อย” เพื่อส่งเสริมให้เด็กนักเรียนจากโรงเรียนบ้านขอบด้ง ได้แสดงความรู้ ความสามารถ และการแสดงออกที่ดี โดยเด็กนักเรียนเหล่านี้สมัครเป็นมัคคุเทศก์ ที่จะนำนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมหมู่บ้าน และชีวิตความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขา

โครงการมัคคุเทศก์น้อยนี้ เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนบ้านขอบด้ง ซึ่งมัคคุเทศก์น้อยเหล่านี้จะได้รับประกาศนียบัตรหลังจากจบโครงการด้วย

โครงการมัคคุเทศก์น้อย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถได้รู้รายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ และวิถีการดำรงชีวิตที่ถูกต้อง นักท่องเที่ยวจะบริจาคเงินหรือสิ่งของเพื่อช่วยเหลือโครงการนี้ และนักท่องเที่ยวสามารถซื้อสินค้าติดไม้ติดมือเป็นของฝาก จากร้านค้าในหมู่บ้าน อีกทั้งมีการสร้างบ้านตัวอย่าง สำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิถีชีวิตความเป็นอยู่ได้สะดวกยิ่งขึ้น

ในขณะนี้โครงการมัคคุเทศก์น้อยมีมัคคุเทศก์น้อยจำนวน 60 คน ในอนาคตจะมีการเพิ่มจำนวนมัคคุเทศก์น้อย เพื่อให้เพียงพอต่อการต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนที่ได้รับการบริการจากมัคคุเทศก์น้อย มีความประทับใจกับการนำเที่ยวจากมัคคุเทศก์น้อยเหล่านี้

ความเป็นมา ตำแหน่งงานว่าง คำถาม-คำตอบ ติดต่อเรา ส่วนบริการผู้ประกอบการ นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล แผนผังเว็บไซต์
เครือโรงแรมอมารี
847 Petchburi Road, Bangkok 10400 Tel : +66 (0) 2255 3767, +66 (0) 2255 4588 Fax : +66 (0) 2255 3718
email :
Central Reservations : Tel +66 (0) 2255 3960 Fax : +66 (0) 2255 5707

Information about Amari Hotels in Thailand :
Bangkok Hotels | Chiang Mai Hotels | Pattaya Hotels | Koh Chang Hotels | Koh Samui Hotels | Phuket Hotels


Thailand Travel Guide :
Bangkok | Chiang Mai | Pattaya | Koh Chang | Koh Samui | Phuket| Doi Angkhang | Loei